ราคา ฮอนด้า แอคคอร์ด 2.0 E (Facelift) (2010–2012, ยกเลิกการขายแล้ว) เริ่มต้น ฿1,268,000 - เครื่องยนต์ 1,997 ซีซี 156 แรงม้า ประหยัด 12.8 กม./ลิตร ในไทย
ราคาเดิม ฿1,268,000
ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569
ฮอนด้า Accord 2.0 E ปี 2010-2012 เก๋งขนาดกลางมือสอง นั่งสบาย เหมาะกับครอบครัวที่เดินทางไกล ราคาเปิดตัว 1,268,000 บาท ดูจุดที่ต้องเช็กก่อนซื้อ
| เชื้อเพลิง / Fuel | petrol |
|---|---|
| เครื่องยนต์ / Engine | 1997 cc |
| แรงม้า / Power | 156 hp |
| แรงบิด / Torque | 189 Nm |
| เกียร์ / Transmission | AT |
| ระบบขับเคลื่อน / Drive | FWD |
| ความเร็วสูงสุด / Top Speed | 200 km/h |
| 0-100 km/h | 10 s |
| น้ำหนัก / Weight | 1470 kg |
| ที่นั่ง / Seats | 5 |
| ประตู / Doors | 4 |
| อัตราสิ้นเปลือง / Fuel Economy | 12.8 km/l |
| ขนาด / Dimensions | 4895 x 1845 x 1475 mm |
| ฐานล้อ / Wheelbase | 2800 mm |
| ราคา / Price | ฿1,268,000 |
ฮอนด้า Accord 2.0 E รุ่น G8 (Facelift) ปี 2553-2555 (2010-2012) เป็นซีดานขนาดกลางที่เลิกขายใหม่แล้ว ราคาเปิดตัวตอนขายใหม่อยู่ที่ 1,268,000 บาท และวันนี้หาได้ในตลาดรถมือสองเท่านั้น รถคันนี้เหมาะกับคนที่อยากได้เก๋งตัวใหญ่ นั่งสบายทั้งคนขับและผู้โดยสารด้านหลัง แต่มีงบแค่ระดับรถมือสอง ตัว E ใช้เครื่องเบนซิน 1,997 ซีซี กับเกียร์อัตโนมัติ ขับทางไกลได้นิ่งและไม่เร่งร้อน
Honda Accord 2.0 E มือสองควรตรวจเกียร์อัตโนมัติเป็นอันดับแรก ว่าเปลี่ยนเกียร์นุ่มและไม่กระตุกเมื่อรถร้อน เพราะรถอายุขนาดนี้ส่วนใหญ่ผ่านการใช้งานมาหนัก ต่อด้วยระบบแอร์ ยางแท่นเครื่อง ช่วงล่าง และร่องรอยน้ำท่วมใต้พรม รวมทั้งขอดูประวัติการเข้าศูนย์หรืออู่ถ้ามี
Honda Accord 2.0 E ควรมีงบสำรองสำหรับการดูแลใหญ่ช่วงแรกหลังซื้อ เช่น ถ่ายน้ำมันเกียร์ เปลี่ยนยาง แบตเตอรี่ และโช้กอัพ ซึ่งรถขนาดนี้มักใช้อะไหล่ราคาสูงกว่ารถเล็ก ส่วนค่าโอน ประกันภัย และภาษีประจำปีตามขนาดเครื่องก็ควรรวมไว้ในงบตั้งแต่แรก
Honda Accord 2.0 E เหมาะกับคนที่ต้องการซีดานขนาดกลางที่เน้นพื้นที่เบาะหลังและการเดินทางไกลอย่างสบาย Toyota Corolla Altis เป็นซีดานขนาดเล็กกว่าที่คนมักเลือกเมื่ออยากได้รถคล่องตัวในเมือง ส่วน Mitsubishi Galant เป็นอีกทางเลือกของคนที่มองหาเก๋งผู้ใหญ่ในตลาดรถมือสอง
Honda Accord 2.0 E มีค่าน้ำมันรายเดือนในระดับกลางของเก๋งขนาดนี้ โดยจะเบาลงถ้าคุณใช้รถวิ่งทางไกลเป็นส่วนใหญ่ และหนักขึ้นเมื่อต้องเจอรถติดทุกวัน ตัวรถที่ใหญ่และหนักทำให้การออกตัวบ่อยๆ กินน้ำมันมากกว่าการวิ่งความเร็วคงที่พอสมควร